ดวงตาสีทับทิมกวาดวิบเดียวก็เก็บข้อมูลในหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นได้หมดจด 
“แผนที่งั้นรึ…”

ริมผีปากบางที่แต่งแต้มด้วยลิปติกสีแดง ดุจเดียวกับเสื้อผ้าไหมเนื้อดีของเธอเม้มน้อยๆราวขัดใจ ในหนังสือพิมพ์กล่าวถึงชายหนุ่มที่ปรากฏตัวพร้อมกับเศษเสี้ยวของแผนที่ ที่โปรยแจกให้ผู้แสวงหา ไล่ล่า และสืบค้น เธอมาถึงช้าไปวันเดียว!

เด็กสาวถอนใจยาวๆพลางคิดถึงการเดินทางตลอดสองเดือนข้ามทวีปเพื่อมายังปราการลอยฟ้าแห่งนี้ เธอตามข่าวลือเรื่องทายาทของผู้วิเศษและร่องรอยเวทมนต์ที่จริงบ้างไม่จริงมาตลอดเวลาที่ออกเดินทางและสุดท้ายก็ตัดสินใจตรงมาที่นี่ นี่ถ้าเจ้าเรือเหาะบ้านั่นไม่เครื่องยนต์ดับกลางทาง เธอคงมาถึงทันเวลาที่จะได้รับแผนที่เหล่านั้น เด็กสาวหลับตาแล้วค่อยๆใช้ความคิด ไม่ใช่ว่าเธอจะพลาดหวังเสียทีเดียว แผนที่จำนวนไม่น้อยถูกแจกจ่ายออกไปย่อมต้องมีเรื่องราวให้สืบสาว หรือไม่เช่นนั้น… ดวงตาคู่สวยมืดมนลง การช่วงชิงเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“ไม่ต้องทอน”

เด็กสาววางเหรียญทองสองเหรียญไว้บนเค้าท์เตอร์ก่อนจะลุกออกไป ชิ้นส่วนแผนที่มีค่ามาก นักล่าที่มีประสบการณ์คงเริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว เธอเองถ้าไม่ต้องการถูกทิ้งไว้ข้างหลังสมควรจะทำอะไรบ้างเหมือนกัน ถนนหินอ่อนสีขาวปนเทาของ ตรอก 7 ตัดตรงสู่จัตุรัสกลางเมืองที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แม้จะมีจุดประสงค์หลักในใจ เด็กสาวไม่พลาดที่จะเก็บรายละเอียดของตัวเมือง บ้านเรือน และร้านค้าตลอดทางที่เดินผ่าน การผจญภัยของเธอคงขาดสุนทรียรสไปมากหากเอาแต่มุ่งสู่จุดหมายโดนขาดการเก็บรายละเอียดริมทาง

ลิลิธยืนอยู่หน้าน้ำพุขนาดใหญ่ที่สายลมพัดพาละอองเย็นฉ่ำพรมไปทั่วบริเวณ เธอหมุนตัวช้าๆแล้วเริ่มมองไปรอบๆ ปราการลอยฟ้าเป็นสถานที่พิเศษเฉพาะโดยตัวของมันเองจริงๆ รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว ที่นี่คุ้มค่าแก่การมาเยือนสักครั้ง ภายในสี่ชั่วโมงนับแต่เธอลงจากเรือเหาะ ก็ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่เคยแต่อ่านเจอ หรือแม้กระทั่งบ้างสิ่งที่เธอไม่เคยรับรู้ว่ามีอยู่จริงในโลกใบนี้ ผู้คนแปลกๆจากหลายชาติพันธุ์ อุปกรณ์เวทมนต์ขนาดใหญ่ รวมถึงวิศวเวทย์มนต์ที่ทำให้ปราการแห่งนี้ลอยอยู่ได้ เด็กสาวเน้นจุดนี้ในใจหากมีเวลาเธออยากจะศึกษาเรื่องนี้ซักหน่อย

สายตาเธอไปหยุดที่โรงแรมนักเดินทางที่หัวมุมถนน โรงแรมเล็กๆมีป้ายไม้ขัดมันแขวนด้านบน ล๊อบบี้ด้านล่างเป็นบาร์เช่นโรงแรมนักเดินทางทั่วไป แน่นอนคุณหนูสูงศักดิ์อย่างเธอไม่มีทางเลือกพักที่นี่ ลิลิธจองโรงแรมที่ดูดีกว่ามาก ในย่านริชสตีรทไว้เรียบร้อยแล้ว แต่หากเธอรู้ สถานที่เช่นนี้แหละที่เป็นแหล่งข้อมูลชั้นยอด เด็กสาวเดินตรงไปที่โรงแรมที่หมายตาไว้ทันที เมื่อมาอยู่ตรงประตูหน้าถึงได้รู้ว่าข้างในแออัดกว่าที่คิด ในส่วนที่เป็นโต๊ะนั่งแยกออกมาเต็มหมดแล้ว อันที่จริงควรจะพูดว่าเต็มจนแทบจะล้น เพราะหลายโต๊ะมีการเสริมเก้าอี้หรือแม้แต่ยืนด้วยซ้ำ ไม่น่าแปลกใจ พวกนักล่าที่ได้รู้ข่าวเรื่องแผนที่วังแดงก็มีความคิดเฉกเดียวกับเธอ บางคนมาหาข้อมูล บางคนมาเพื่อหาเพื่อนรวมทีม ระหว่างนั้นสายตาเธอไปสะดุดที่เก้าอี้ว่างหน้าบาร์ เด็กสาวแทรกตัวผ่านกลุ่มคนเข้าไปทันที พยายามที่จะไม่สนใจสายตาหลายคู่กระทั่งเสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีเมื่อเธอเดินผ่าน เด็กสาวไม่ชอบ และไม่ชินกับของพวกนี้เสียที แต่ตลอดหลายปีมานี่ ต่อมความอดทนของเธอทำงานดีขึ้น…

“ค๊อกเทลพีชแก้วนึง”

เธอบอกบาร์เทนเดอร์แต่สายตากลับมองไปรอบๆ โชคร้ายหน่อยสำหรับเด็กสาวที่นั่งตรงนี้ทำเลไม่ดีนัก เธอเลยไม่สามารถจะมองไปรอบๆร้านได้ แต่อาการนั่นก็ทำให้คนที่คร่ำอยู่กับวงการนี้มานานดูออก

“มาล่าสมบัติรึสาวน้อย”

เสียงนั้นดังขึ้นจากด้านหลังเธอ เด็กสาวหมุนตัวมาแค่ครึ่งเดียวแล้วปรายตามอง ด้านหลังเธอมีชายฉกรรจ์ผิวสีทองแดงรูปร่างใหญ่โตและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เด็กสาวแอบจิกกัดเล็กๆในใจว่าคงใช้แทนรอยหยักในสมอง เด็กสาวหันกลับมาที่เค้าท์เตอร์บาร์พอดีกันที่บาร์เทนเดอร์เสิร์ฟเครื่องดื่มสีส้มอ่อนในแก้วทรงสูงมีชิ้นมะนาวฝานบางๆลอยอยู่ด้านบน เธอเลือกที่จะเมินผู้ชายแปลกหน้าตัวโต ซึ่งนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจในทันที

“หยิ่งจังเลยนะ ทั้งๆที่ทำตัวดีจะน่ารักกว่านี้แท้ๆ”

หมอนั่นเบียตัวเข้ามาทางขวามือของเธอ บาร์เทนเดอร์ทำหน้าหน่ายๆ เจ้านี่ชื่อแซค เป็นนักเลงที่ชอบหาเรื่องหน้าใหม่ที่ดูอ่อนประสบการณ์ ในฐานะสเลเยอร์หมอนี่ไม่ได้เก่งกาจนัก แต่อาศัยว่าตั้งแก้งค์เล็กๆพอจะข่มขู่คุกคามเด็กหน้าใหม่ที่ไม่มีพรรคพวกคอยหนุนหลังได้

เด็กสาวยังคงไม่สินใจหมอนั่นแต่กลับล้วงเอาเหรียญเงินออกมาจากกระเป๋ายื่นให้บาร์เทนเดอร์
“ชั้นชอบค๊อกเทลนี่ นายผสมได้เยี่ยม เสียดายไปนิดถ้าร้นเลือกแก้วหรูๆกว่านี้ในการตกแต่งจะเฟอร์เฟค”

เธอให้ทิปแล้วก็ชวนคุยเรื่องไร้สาระ ยังคงแสดงชัด เจ้าตัวโตไร้สมองไม่คู่ควรแก่การเหลือแล แต่นั่นทำให้อีกฝ่ายโกรธจนเส้นเลือดขึ้น

“เป็นแค่หน้าใหม่แท้ๆคิดจะหยามกันรึไงวะ”

แซคขึ้นเสียทำเอาคนในร้านหันมามอง คนส่วนใหญ่รู้จักหมอนี่ดีและไม่อยากยุ่ง บางส่วนเพราะเกรงกลัว แต่หากบางส่วนกลับเห็นว่าเสียเวลาเกินไปในการเข้าไปวุ่นวายกับพวกปลายแถวที่วันๆเอาแต่หาเรื่องเด็กแบบนี้ แต่ก็นับว่าการตะคอกนั่นได้ผลดีพอสมควรเมื่อเด็กสาวในที่สุดแล้วยอมหันมาทางมัน หากแต่แววตานั่นเฉยเมยราวกับแค่ทอดตามองอากาศธาตุอันว่างเปล่า กริยาแบบนั้นทำเอาอีกฝ่าย “นอตหลุด” เอาดื้อๆ
                “มันจะมากไปแล้วนังหน้าอ่อน!”

มันพูด พร้อมกับปัดแก้วค๊อกเทลบนโต๊ะหล่นลงมาแตก ของเหลวในนั้นกระเด็กเปื้อนเสื้อผ้ารวมถึงขาขาวๆของเด็กสาว 

“ไ อ้คนไร้มารยาท”

เด็กสาวพูดทีละคำช้าชัด คนในร้านหันมามองหลายคนเริ่มเป็นห่วงเธอ แต่อีกหลายคนที่พอจะ “เห็น” อะไรแอบยิ้ม เจ้าสเลเยอร์ที่มีแต่กล้าเนื้อพับแขนเสื้อเป็นเชิงคุกคามเด็กสาวตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเสื้อเธอ แต่มือเล็กๆยกขึ้นมาอยู่ระดับท้องของมันซะก่อน

“ไปตายซะ!”

สิ้นเสียงใจกลางฝ่ามือเธอปรากฏวงเวทย์สีเขียว เจ้าแซคอ้าปากจะพูดอะไรแต่ตัวมันกลับลอยออกไปราวกับถูกเหวี่ยงฟาดด้วยของแข็งเข้าที่กลางลำตัว ร่างใหญ่นั่นกระแทกกรอบประตูไม้หน้าร้านพังลงมา ก่อนจะไปกระแทกเสาไฟแล้วไหลลงมานอนนิ่งอยู่ที่พื้น หลังจากที่เจ้านักเลงนั่นลอยออกไปในร้านก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจ เด็กสาวก้มลงมองเสื้อตัวเองที่เลอะน้ำค็อกเทลแล้วทำหน้ายุ่ง

“ไอ้บ้าเอ้ย”

เธอบ่นเบาๆที่ชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาต้องมาเลอะเทอะเพราะเดนมนุษย์เพียงคนเดียว หลังจากซับด้วยกระดาษทิชชู่แล้วเธอก็หันไปทางบาร์เทนเดอร์ซึ่งเมื่อครู่อ้าปากค้าง

“ขอโทษที่ทำให้ร้านเสียหายนะคะ ชั้นจะชดใช้ให้”

เธอพูดแล้วก็ยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าซ่อมประตู ก่อนจะหันหลังเดินออกไปที่ลานด้านนอก เจ้านักเลงดวงตกนอนโอดโอยอยู่โคนเสาไฟหากไม่ได้รับการเหลียวแลจากใคร เนื่องเพราะคนแถวนี้ก็รู้นิสัยของมันดี ส่วนใหญ่จะนึกสมน้ำหน้าด้วยซ้ำที่คนอย่างหมอนี่โดนซะบ้าง

เด็กสาวตรงกลับไปที่โรงแรมที่พักของเธอทันทีเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีนักแต่อย่างน้อยวันนี้เธอได้เห็นคนหลายกลุ่มเตรียมตัว “ออกล่า”

Comment

Comment:

Tweet