เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึงของคอมมูน Lost Palace
 

หลังจากกลับจากหอคอยบาเบล ลิลิธเทียวไปเทียวมาระหว่าง บาร์ หอสมุด และโรงแรมจนคนแถวนั้นเริ่มจำหน้าได้ เจ้าซากผนึกธาตุที่เธอเก็บไว้ดูจะไม่มีอะไรให้ศึกษามากนัก หรืออย่างน้อยก็ไม่มีในตอนนี้ เด็กสาวเริ่มเบื่อกับการไปๆมาๆในเมืองและต้องการทำอย่างอื่นบ้าง

“ตามหาปากกางั้นหรอ?”

เธอขมวดคิ้วเมื่ออ่านเควสบนบอร์ด เด็กสาวสงสัยจริงๆ แค่ปากกาด้ามเดียวซื้อใหม่น่าจะง่ายกว่าไม่ใช่หรือยังไง แต่อ้ะ… เธอค่อยๆอ่านต่อไป ที่แท้เจ้าปากกานั้นมีลูกเล่นพิเศษนี่เอง เด็กสาวชอบศึกษาของแปลกอยู่แล้วเธอตกลงใจทำเควสนี้ทันที

เด็กสาวหน้ายู่เมื่อเรือเหาะปฏิเสธที่จะพาเธอไปส่งในโซนป่าดำ แม้เธอจะต่อรองว่าแค่บินผ่านก็พอเธอสามารถใช้เวทย์ลมพาตัวเองร่อนลงได้แต่ผลลัพธ์ก็คือไม่เหมือนเดิม

“ไม่ได้หรอกนังหนู แถวนั้นมีไอ้พวกบินๆเต็มไปหมด ถ้าโดนโจมตีขึ้นมาจะยุ่งเอา”

เจ้าของเรือเหาะให้เหตุผลแบบนั้นซึ่งมันก็จริงนั่นแหละ หุบมังกรมีพวกนก ค้างคาว แน่นอน… มังกรเต็มไปหมด ไม่มีเรือเหาะลำไหนอยากเข้าใกล้ยกเว้นเรือเหาะของกองทัพที่มียุทธภัณฑ์พร้อมจะสัประยุทธ์กำเจ้าตัวมีปีกพวกนั้น เด็กสาวถอนใจหนักๆ เหมือนคราวไปหอคอยบาเบลท่าทางเธอจะต้องเดินทางข้ามดินแดนด้วยตัวเองซะแล้ว

เด็กสาวเก็บข้าวของอีกครั้ง เธอขึ้นเรือเหาะมายังกรุงอเล็กซานเดรียทางตอนใต้ เพื่อวางแผนเข้าสู่เขตหุบเขาร้อยมังกรทางพื้นดิน เธอหยุดพักที่หมู่บ้านชายแดนเล็กๆแห่งหนึ่งทำสัญญาเช่าม้าและสัมภาระ หญิงวัยกลางคนเจ้าของโรงแรมที่เธอพักอดจะเอ่ยปากถามไม่ได้

“จะไปจริงๆหรอหนู ที่นั่นมันอันตรายมากนะ”

เด็กสาวยิ้มให้แล้วพยักหน้าช้าๆ อีกฝ่ายเลยได้แต่ทำหน้าวิตกกังวล เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียว เดินทางรอนแรมในป่าเขา ไหนจะไพรอันตรายแห่งหุบร้อยมังกรหลายๆคนแถวนี้คิดว่าเธอเสียสติแน่นอน หรือไม่เช่นนั้นก็คงใกล้เคียง ลิลิธรีบออกเดินทางจากหมู่บ้านชายแดนเพราะผู้คนเริ่มพูดเรื่องของเธอกัน เธอไม่อยากให้ใครเป็นห่วง และอีกใจหนึ่งในคำเป็นห่วงนั้นมันเหมือนบอกเป็นนัยๆว่าเธอดูแลตัวเองไม่ได้ ข้อนี้แหละที่รับไม่ได้!

บรรยากาศโดยรอบเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเธอผ่านชายแดนมา ป่าสนสูงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเช่นเดียวกับพื้นดินที่มีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆจนกลางเป็นดำ เข้ามาอีกไม่นานก็มีเพียงซากต้นไม้และแผนดินที่ดำ

“นี่มันเหมือนกับแผ่นดินที่ตายแล้วเลยแฮะ”

ลิลิธพูดกับตัวเอง ลมวูบหนึ่งพัดมาพร้อมกับกลิ่นแปลกๆแสบจมูก “กำมะถัน” เด็กสาวฉุกคิดแล้วเอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกคลูมหน้ากรองอากาศไว้ชั้นหนึ่ง เธอหาเศษผ้าอีกผืนทำเช่นเดียวกันให้เจ้าม้าสีน้ำตาลที่อุส่าพาเธอมาที่นี่ ข้างหน้าไม่ไกลเป็นบ่อกำมะถันส่งกลิ่นแรงแถมทำให้แสบตาอีก เด็กสาวตัดสินใจเดินอ้อมไปอีกทางแต่ก็พบกับความจริงที่บอกได้ว่าทำไมดินแดนแห่งนี้ถึงดูเหมือน “ตายแล้ว”

พื้นที่ส่วนใหญ่ของหุบร้อยมังกรเป็นบ่อกำมะถัน หรือไม่ก็บ่อพิษ ปล่องภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทพ่นควันพิษ และวันดีคืนดีก็พ่นเพลิงกำมะถันออกมาเป็นระยะๆ เด็กสาวพยายามออกห่างจากส่วนที่อันตราย เธอบังคับม้าอ้อมไปทางตะวันออกซึ่งใกล้ชายฝั่งและมีอากาศดีกว่ามาก จากตรงนี้จะเห็นหน้าผาสูงชั้นอยู่ไม่ไกล แร้งส่วนใหญ่ทำรังบนหน้าผาสูง เธอมั่นใจได้ว่าเป้าหมายอยู่ที่นั่น เพราะจากตรงนี้ เธอเห็นสิ่งมีชีวิตสี่ปีกสีขาวสะดุดโฉบอยู่เหนือหน้าผานั่น แร้งพิทักษ์มีขนาดตัวมหึมา มองจากตรงนี้ยังเห็นชัด ตัวมันใหญ่พอๆกับเรือเหาะทั้งลำ มิน่าเล่าถึงไม่มีเรือเหาะลำไหนอยากพาเธอมาส่งที่นี่

เด็กสาวตัดสินใจพักที่ถ้ำไม่ไกลจากริมทะเลมากนัก เธอเอาข้าวโอ้ตที่ข้างอานม้าออกมาให้อาหารพาหนะของเธอก่อนจะเสกน้ำสะอาดให้มัน แล้วเริ่มลงมือกินของตัวเองเช่นกัน เมจสาววางแผนจะขึ้นไปที่รังของแร้งพรุ่งนี้เช้าหลังจากพ่อและแม่แร้งออกจากรัง เจ้าพวกนั้นดูไม่ธรรมดา เธอแค่ต้องการมาหาปากกาแล้วก็กลับไปแบบสบายๆ ไม่ได้อยากเป็นอาหารพร้อมเสิร์ฟให้เจ้านกยักพวกนี้ซักหน่อย!

คืนนั้นเด็กสาวนอนในถ้ำและตื่นแต่เช้าเพื่อมาสังเกตการณ์ พ่อแม่แร้งกางปีไพศาลของมันออกจากรังในตอนย่ำรุ่ง เด็กสาวรอจนเจ้านกยักษ์ทั้งสองกลางเป็นจุดสีขาวแล้วหายไปที่เส้นขอบฟ้าจึงออกมา เจ้าม้ายังถูกผูกไว้ด้านใน เด็กสาวไม่อยากจะเสี่ยงนี่หน่า เกิดเจ้าแร้งวนกลับมาแล้วอยากกินม้าของเธอเป็นมื้อเช้าคงแย่ๆแน่ๆ จากตรงนี้ไปยังหน้าผาไม่ไกลเท่าไหร่เด็กสาวค่อยๆลัดเลาะตามทางไปเอง ครู่เดียวก็มอยู่ที่ตีนผา รังของแร้งพิทักษ์อยู่สูงขึ้นไปหลายร้อยฟุต โดยปกติหากจะขึ้นไปต้องอ้อมหน้าผาไปขึ้นทางลาดเขาที่ชันน้อยกว่าหรือหากจะขึ้นทางนี้ก็ต้องเตรียมตัวมปีนเขากันหน่อย ลิลิธมีตัวเลือกที่ดีกว่านั้น เธอใช้เวทย์ลมซัพพอตตัวเองลอยขึ้นไปแล้วพักเกาะตามก้อนหินเป็นระยะๆเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตของเจ้าของรังหรือแม้แต่มอนสเตอร์ตัวอื่นที่อยู่โดยรอบ แต่โชคดีที่แร้งพิทักษ์ดุร้ายและล่าเหยื่อแทบทุกชนิดดังนั้นรอบๆรังของมันจึงไม่มีมอนสเตอร์อื่นมาเกะกะกวนใจ

เมจสาวขึ้นไปจนถึงรังของมันในนั้นมีไข่ใบใหญ่ๆอยู่ห้าฟอง

“โว้วว”

เธอเป่าปากเบาๆไข่แต่ละฟองขนาดเท่าๆตัวเธอเลย เด็กสาวไม่รอช้ารีบเข้าไปหาตามขอบๆทันที

“นี่มันบ้าชัดๆ”

เธอเริ่มบ่นหลังจากหามาสักพักใหญ่ๆ โกยขนแรงขาวๆทิ้งไปก็ตั้งมากมายแต่ก็ยังไม่เจอปากกา! เด็กสาวลงมือหาต่อแต่ทว่า… แกร่กๆ… เสียงแปลกๆดังมาจากด้านหลังเธอหันขวับไป เปลือกไข่ใบหนึ่งเริ่มมีรอยร้าว เด็กสาวเหงื่อตก จงอยปากสีทองค่อยๆเจาะเปลือกหนานั่นออกมา ตามด้วยกรงเล็บ แย่ละสิไข่ดันมาพักเป็นตัวเอาตอนนี้!! เด็กสาวเดินวนไปหลบหลังไข่ใบที่อยู่ไกลที่สุด เจ้าลูกนกยักษ์ออกมาจากไข่ทั้งตัวแล้ว ตัวของมันยังดูโกร๋นๆโล้นๆเพราะขนขาวๆยังไม่ขึ้น เด็กสาวเฝ้าดูปฏิกิริยาของมัน

แกว๊กๆๆ เจ้าลูกนกเริ่มร้องเสียงแหลม ท่าทางมันจะหิวเอามาๆ เธอต้องเร่งมือก่อนที่เสียงนั่นจะเรียกพ่อแม่มันให้กลับรังมา ลิลิธแอบไปเชคมุมด้านหลังกองไข่ก่อน แต่โชคไม่ดีนักเจ้าลูกนกได้กลิ่นเหยื่อของมัน! แกว๊กกกก เจ้าตัวไร้ขนร้องลั่นเมื่อมันเห็นเธอ เด็กสาวหันขวับไปแล้วยิงลูกไฟใส่แบบไม่ต้องคิด เธอไม่ได้อยากจะย่างนกนักหรอก แต่เธอเองก็ยังไม่อยากได้รับเกียรติเป็นอาหารมือแรกของมันนี่ กว๊ากก! เจ้าลูกนกร้องลั่น แล้วสะบัดตัวปัดลูกไฟแต่นั่นก็ทำให้ปีกของมันติดไฟ เจ้าลูกนกโบกๆเพื่อดับไฟ เพราะตัวมันเพิ่งออกจากไข่ยังชื้นๆทำให้ไฟดับได้ในที่สุด ตอนนี้ท่าทางมันจะไม่ใช่แค่หิวแล้วแต่ว่าน่าจะเป็นโมโหด้วย

“แย่ละสิ”

เด็กสาวพูดเบาๆขณะหลบเจ้าสิ่งมีชีวิตไม่น่ารักนั่น โชคดีมันไม่ว่องไวนัก แต่เธอเองก็เช่นกัน… เด็กสาวต้องคอยระวังจงอยปากและกรงเล็บสีทองนั่นเธอรู้ว่ามันสร้างแผลฉกรรจ์ได้เลยทีเดียว เด็กพุ่งหลบมันอีกคลั้งคราวนี้เธอหลบไปตรงซอกด้านหลังของรังฝั่งที่ติดหน้าผาตรงนั้นมีโลหะส่องประกายเมื่อสะท้อนแสงแดด เด็กสาวพยายามเพ่งดู โลหะที่ว่านั่นคือปลายปากกาขนนกของยูเอ็น! หยางซีอานคงทำมันตกตอนมาถึงรังนี่ เด็กสาวดีใจน่าดูที่หาเจอซักที แกร่กๆ เธอหันไปอีกครั้ง ไข่อีกใบกำลังจะฟังตัว นี่เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลย เจ้าลูกนกตัวแรกพุ่งใส่เธอแต่เด็กสาวหลบได้ เธอรีบวิ่งไปคว้าปากกาด้ามนั่นมาพอดีกับจังหวะที่ไข่ใบที่สองฟัก ลูกนกสองตัวย่างสามขุมมาหาเธอแต่เด็กสาวยิ้มร่า เธอได้ปากกามาอยู่ในมือแล้ว  

“ไปก่อนนะเจ้าพวกลูกเจี้ยบ”

เธอแหย่เจ้าสองตัวที่พุ่งเข้าหาเธอ เด็กสาวยืนอยู่ขอบรังเธอหงายหลังทิ้งตัวลงไปง่ายๆ เจ้าพวกลูกนกที่ขนยังไม่ขึ้นได้แต่มองแล้วกรี้ดร้องเสียงแหลมเล็กใส่อาหารมือเช้าที่พวกมันพลาดไปอย่างน่าเสียดาย ลิลิธร่อนลงเตะพื้นอย่างนุ่มนวลด้วยเวทย์ลมของเธอ เด็กสาวเอาปากกาขนนกใส่กระเป๋ากลับไปที่ถ้ำเพื่อเดินทางกลับไปยังปราการลอยฟ้า

Comment

Comment:

Tweet

ยินดีด้วยกับคนที่ทำเควสปากกาของยูเอ็นคนแรกเสร็จ!
 วิธีใช้โคลงโลกเมรัยจะมาอธิบายทีหลังนะคะ

#1 By -$e!in@- on 2013-03-29 12:45