เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูน Lost Palace
 

“คิงเต็ด มอนสเสอร์?”

ลิลิธอ่านชื่อนั่นออกมาดังๆ เธอเคยอ่านเรื่องราวของพวกมันจากหนังสือในหอสมุด เจ้าพวกนี้ร้ายกาจพอดูทีเดียว ในฐานะสเลเยอร์เธอเองก็อยากจะทดสอบฝีมือ เด็กสาวดึงประกาศแผ่นนั้นออกมาแล้วมุ่งหน้าไปที่สำนักงานหลักของกิลแบร์บัสเตอร์

“ผู้ตรวจการ? ผู้ตรวจงาน? อ้อผู้สังเกตการณ์สินะคะ”

เมจสาวหันไปมองเด็กหนุ่มหัวขาว... หืมใส่กระโปรงนี่? อ้อ น่าจะเป็นเด็กสาวแหละ... รุ่นราวคราวเดียวกับเธอแล้วยิ้มให้นิดหนึ่ง ทั้งคู่จองตั๋วเรือเหาไปนครจอมปราชญ์เพื่อเริ่มงานทันที

“คุณคลอตินเทล ใช่ไหมคะ?”

เด็กสาวทักทายเมื่อทั้งคู่อยู่บนเรือเหาะ ด้านล่างตอนนี้เป็นทุ่งทุนดรากว้างสุดลูกหูลูกตา คงใกล้ข้ามเขตเข้าสู่ผนึหเหมันต์ราชแล้ว เด็กสาวถูมืเข้าหากัน  ห้องโดยสารเริ่มปิดฮีทเตอร์แต่ยิ่งเข้าสู่เขตเหมันต์มากเท่าใดอุณหภูมิก็ยิ่งลดต่ำจนฮีทเตอร์ก็ช่วยได้ไม่มากนัก และไม่อาจจะเร่งความร้อนให้อุ่นกว่านี้ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดในเรื่องของเชื้อเพลิง เด็กสาวตัดสินใจเดินไปที่เค้าท์เตอร์เครื่องดื่มก่อนจะสั่งช๊อกโกแลตร้อนๆสองถ้วย เธอถือกลับมาแล้วยืนให้เด็กสาวหัวขาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

“ดื่มนี่สักหน่อยค่ะ จะได้อุ่นๆ”

เธอพูดแล้วยิ้มให้ ลิลิธไม่ใช่คนชอบพูดชอบเจรจานัก ผิดกับอีกฝ่าย เมจสาวสังเกตได้ คอลตินเทลร่าเริง ช่างพูด ช่างเจรจา นิสัยที่เธอมีคอมเม้นท์กับตัวเองในใจว่า “มากจนเกินไป” แต่ก็นั่นแหละ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอ เครื่องดื่มร้อนๆนั่นช่วยให้อุ่นขึ้นมากทีเดียว เด็กสาวคอยตอบคำถามที่บางครั้งแปลกๆของคอลตินเทลไปตลอดการเดินทาง ตอนนี้ข้างนอกมืดมากแล้ว แต่แสงจันทร์ในคืนเพ็ญยังส่องให้เห็น ทุ่งร้างและหุบเขาน้ำแข็งเบื้องล่างเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา ผลึกสีขาวเงินสะท้อนแสงจันทร์วิบวับ เป็นทัศนีย์ภาพอันงดงามอีกแบบ หากในความงามนั้นกลับแฝงด้วยความตาย ความหนาวเหน็บเกินทน ไหนจะความหฤโหดของสถานที่ ไม่มีใครอยากมาที่นี่นัก อีกครู่หนึ่งแอร์โฮสเตสก็มาแจกผ้าห่มให้ผู้โดยสารทุกคนพร้อมกับเสียงประกาศของกัปตันว่าพรุ่งนี้เช้า เรือเหาะจะเทียบท่าที่นครจอมปราชญ์ในเวลา แปดนาฬิกา ลิลิธกระชับผ้าห่มเข้ากับตัวเองเพื่อให้อบอุ่นก่อนจะเข้าขอตัวนอนเงียบๆ เธอคงต้องเก็บแรงไว้ใช้พรุ่งนี้

 

“โห...”

ลิลิธมองสถาปัตยกรรมของนครจอมปราชญ์แบบทึ่งๆ สวยงามและอลังกาลสมเป็นนครแห่งความรู้ที่รวบรวมศาสตร์และศิลป์จากทั่วทุกที่ไว้ด้วยกัน แม้ตอนนี้อาคารเหล่านี้จะทรุดโทรมเพราะผ่านกาลเวลาและขาดการดูแลรักษาที่ดีหากประวัติศาสตร์อันเรืองรองยังทอทับในทุกเหลี่ยมมุมเสมือนรอคอยวันที่จะได้กลับมาเฉิดฉายใต้แสงตะวันอีกครั้ง

แต่เด็กสาวไม่มีเวลาชื่นชนกับสถาปัตยกรรมของนครแห่งนี้มากนัก ผู้สังเกตการณ์คงไม่ปลื้มหากคนที่อาสาจะมาทำภาระกิจจะเสียเวลาอยู่กับการเดินสำรวจเมือง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลิลิธไม่ชอบทำงานร่วมกับคนอื่นนัก ก็คนพวกนี้มักจะไร้สุนทรียรสในการสัมผัสสิ่งต่างๆรอบตัวนะสิ เธอเดินไปยังร้านรถม้ารับจ้างแต่ทว่า...

“เอ๋ ไม่ไปหรอคะ?”

เธอกระพริบตางง เมื่อรถม้าปฏิเสธการเดินทางไปทางหนองน้ำ

“หมูนี้เจ้าพวกคิงเต็ดมันอาละวาดหนัก เราเลยงดเส้นทางสายนั้นไปแล้ว”

คนรถตอบเด็กสาวได้แต่คอตก ทำไมภารกิจแต่ละครั้งมันต้องเดินทางลำบากๆด้วยนะ แต่ไม่มีทางเลือก เธอและคอลตินเทลต้องเดินเท้าไปท่ะแวกหนองน้ำ

สองชั่วโมงเต็มจากในกลางนครจอมปราชญ์ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในเขตหนองน้ำชื้นแฉะที่ทำเอาเมจสาวถึงกับร้องอี๋เมื่อเธอพลาดเหยีบลงไปในโคลนถึงข้อเท้า เด็กสาวสาบานกับตัวเองในใจว่าต่อไปนี้ถ้าจะรับภาระกิจแบบนี้อีกเธอคงต้องเตรียมรองเท้าบู๊ทมาเสียแล้ว ถัดจากบ่อโคลนชื้นแฉะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ เด็กาวมองไปรอบๆเพื่อหาร่องรอยของเจ้าตุ่ยปากเป็ดยักษ์ ริมตลิ่งฝั่งหนึ่งมีร่องรอยต้นไม้หักพังเป็นแถบๆ ฝีมือเจ้านั่นชัวร์ๆ หากแต่ในบึงที่กว้างขนาดนี้ จะหาไม่เจอได้ยังไง เด็กสาวเริ่มเดินสำรวจรอบๆก่อน มีร่องรอยเขื่อนโคลนและหลุมบ่อที่เกิดใหม่ๆ เจ้าตัวนั้นคงยังอยู่แถวๆนี้ ประกายน้ำในบึงสะท้อนแดดยามเที่ยงวิบวับ เด็กสาวหรี่ตาลง บางอย่างในบึงน้ำเคลื่อนไหว!!

เด็กสาวเอามือป้องตาเพื่อบังแสงแดด ที่กลางบึงสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ จากตรงนี้เธอสามารถประเมินขนาดคู่ต่อสู้ได้ เจ้าตัวนั้นต้องยาวอย่างน้อยสองเมตร! หางขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาเมื่อมันมุดหัวเพื่อดำดิ่งลงไปใต้น้ำ ครู่เดียวร่างนั่นก็โผล่กลับมาอีก เอาล่ะเจอเป้าหมายแล้วตอนนี้ เด็กสาวหันซ้ายหันขวา น้ำในบึงลึกเกินกว่าจะเดินลงไป และการต่อสู้เจ้าสัตว์ร้ายนี่ในน้ำดูจะไม่ใช้วิธีที่ฉลาดนัก  เธอเคยอ่านเรื่องนักล่าที่พยายามจะจับเจ้านี่ด้วยแหและอวนแต่สุดท้ายก็ต้องสังเวยกระดูกแชนซ้าย กับซี่โครงอีกสี่ซี่ให้มัน  แม้คิงเต็ดจะไม่ใช่มอนสเตอร์ที่ดุร้ายโดยนิสัยแต่สัญชาตญาณหวงถิ่นของมันสูงมาก โดยปกติแล้วจะไม่ยอมใช้อาณาเขตร่วมกันเด็ดขาด เด็กสาววางแผนอยู่ครู่หนึ่งเธอไม่เลือกที่จะไปสู้กับมันกลางน้ำแน่นอนแม้ตัวเองจะสามารถลอยตัวได้ด้วยเวทย์ลม เธอคำนวณแล้วว่าลำบากและอาจเสียแรงเปล่าถ้าหากเจ้าตัวโตตัดสินใจหนีโดยการดำดิ่งลงไปใต้น้ำ เด็กสาวยิ้มแล้วล้วงขวาดแก้วกลมๆบรรจุน้ำยาสีอำพันออกออกมา มันคือน้ำหอมฟีโรโมนที่ใช้ดึงดูดสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันเพศตรงข้ามให้เข้าหา

 

 

ลิลิธเดินวนรอบบึงน้ำอีกครั้งเพื่อหาหัวเชื้อให้น้ำยาทำปฏิกิริยา เธอเจอขนของมันกระจุกหนึ่งที่กองไม้ใหญ่ที่เจ้าตุ่นคงขึ้นมาถูตัว เด็กสาว ฉีดน้ำหอมฟีโรโมนใส่สิ่งนั้นทันทีแล้วรอเวลาประมาณหนึ่งนาทีเพื่อให้มันทำปฏิกิริยา เมื่อมันกลายเป็นกลิ่นฟีโรโมนก็ถึงเวลาล่อเจ้าสัตว์ยักษ์ให้เจ้าฝั่ง

นับเป็นโชคดีที่อาณาเขตของเจ้าสัว์ชนิดนี้กว้างใหญ่มากเธอจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีตัวอื่นตามกลิ่นฟีโรโมนนี่มาแล้เข้ามายุ่งในการต่อสู้

เมจสาวเอาขนกระจุกนั้นไปวางบนกิ่งไม้ห่างจากริมน้ำน้ำประมาณร้อยเมตร กระแสลมไม่เป็นใจนักเธอร่ายเวทย์ลมเบาๆ พัดพากลิ่นฟีโรโมนไปทางเป้าหมายทันที ได้ผล! เจ้าคิงเดที่กำลังเล่นน้ำอยู่ชะงัก มันเงยหนัวขนาดใหญ่ที่มีปากเหมือนเป็ดขึ้นจากน้ำ ช่องจมูกตรงปลายปากเปิดออกเพื่อดมกลิ่นนั่นให้ชัดๆ ครู่หนึ่งมันก็เริ่มว่ายน้ำเข้าฝั่งขณะเงยหัวขึ้นมารับกลิ่นเป็นระยะ เด็กสาวดักรออยู่ที่ต้นไม้ไม่ไกลจากที่วางเหยื่อล่อไว้

เจ้าคิงเต็ดค่อยๆขึ้นจากน้ำ เมื่อพ้นน้ำมันก็ช้าลงทันที มอนสเตอร์ยักพาร่างอุ้ยอ้ายสี่เท้าเดินช้าๆไปทางต้นไม้เป้าหมาย เด็กสาวกะระยะแล้วยิ่งไฟบอลใส่ทันที

ก๊าซซซซซซซซซซซซซ!!!

ลูกไฟสีส้มพุ่งใส่กลางละตัวเรียกเสียงร้องโหยหวนจากเจ้าสัตว์ร้ายได้ทันที เด็กสาวระดมยิงซ้ำอีกหลายลูกทำเอามันดิ้นทุรนทุรายจนพื้นดิน พืชพรรณละต้นไม้แถวนั้นล้มระเนระนาดเป็นแถบๆ เด็กสวาวยิ้มมุมปาก เจ้านี่หมูกว่าที่คิด แต่ทว่า.... ตึงๆๆ!
                “เห๋ๆๆๆ”

เด็กสาวตาโตเจ้าตุ่นที่ดิ้นอยู่บนพื้นเกลือกกลิ้งตัวมันกับโคลนชื้นแฉะจนไฟดับแล้วก็กระแทกหางมหึมากับพื้นจนพื้นดินสั่นสะเทือน เด็กสาวที่ประมาทเกินไปล้มกลิ้งไม่เป็นท่า

เมื่อจังหวะการจู่โจมขาดช่วงเจ้าสัตว์ร้ายก็ตั้งหลักได้ มันหันไปทางศัตรูตัวน้อยที่บังอาจทำร้ายมันก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปหา ร่างอุ้ยอ้ายนั้นไม่ว่องไวเท่าใดเมื่ออยู่บนพื้นดิน หากระยะห่างระว่างทั้งคู่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เด็กสาวที่หล่นลงไปในแอ่งน้ำเล็กๆเพิ่งจะยืนขึ้นมาได้ เธอตาโต เจ้าคิงเต็ดคืบคลานเข้ามาใกล้  เด็กสาวรีบถอยไปตั้งหลักแต่ก็ต้องผ่านหลุมโตลนตื้นๆเลอะเทอะ

“อี๋ว์... อ้ะ!”

เธอเกลียดความรู้สึกเหนอะๆของโคลนพวกนี้จริงๆ แต่เจ้าสัตว์ร้ายฟาดหางอีกครั้งทำให้เธอต้องคว้าต้นไม้ไว้ก่อนจะล้มลงไปเพราะทรงตัวไม่อยู่อีกครั้ง เจ้าตุ่นปากเป็ดยักษ์อยู่ห่างไปด้านหลังนิดหน่อย สิ่งที่เธอต้องระวังที่สุดคือกรงเล็กของมัน

แต่ว่าอยู่ดีๆเจ้านั่นก็หมุนตัวกลับ ชั่วพริบตาที่เธอกำลังงุนงง หางแบนๆขนาดใหญ่ฟาดลงบนพื้น ก่อเป็นกระแสลมผลักอันรุนแรงส่งร่างเธอลอยกระเด็นไปกระแทกต้นไม้อีกต้น

อุ่ก!!

เด็กสาวกางบาเรียชีลด์ทันก่อนจะกระแทกต้นไม้แต่มันก็กะทันหันเกินไปทำให้การป้องกันไม่สมบูรณ์ แรงกระแทกนั่นทำให้เธอเห็นดาวหมุนๆบนหัวเหมือนกัน เจ้าตุ่นเหมือนจะ ได้ทีมันพาร่างกายใหญ่ยักษ์ตามเธอมา อีกครั้ง คราวนี้เจ้าคิงเต็ดไม่ได้แค่ฟาดหางแต่มันใช้เท้าหน้าที่มีพังผืดหนาสีโลนและน้ำในแอ่งเล็กๆให้กระเด็นใส่เธอด้วยหวังจะให้คลื่นไหวช้าลง แต่ว่าเจ้าอสูรยักษ์พลาดจริงๆ...

“แก...”

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นหลังจากก้มหลบโคลนเมื่อกี้ เสื้อผ้าเธอเปียกแถมเลอะเทอะไปหมด เจ้าสัตว์ยักษ์เดินเข้ามาใกล้เหยื่อที่ไม่วิ่งหนีของมันบางทีศัตรูขอมันอาจจะช้ำในกับการฟาดกับต้นไม้เมื่อกี้ไปแล้วก็ได้ เจ้ามอนสเตอร์คิด เด็กดวงตาสีแดงของเธอมืดมนลง เด็กสาวเงยหน้าช้าๆ

“แก... ทำชุดชั้นเลอะ...”

เด็กสาวพูดช้าๆ มือสองข้างมีวงเวทย์สีส้มแดงเรืองขึ้นมา

“ไอ้ตัวอัปลักษณ์เฮงซวย!”

ไฟบอลลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่ชั้นไขมันใต้อกของมัน

“ไอ้สัตว์หน้าขนไร้รสนิยม!”

อีกลูงฟุ่งเข้าเสกหน้า

“ไอ้ก้อนไขมันโสโครก... แกทำชั้นต้องทิ้งรองเท้าคู่ใหม่ที่เพิ่งซื้อสามวันที่แล้วไปในบ่อโคลน ตอนนี้ยังทำชุดชาแนลตัวใหม่ของชั้นเลอะอีก... ไอ้สิ่งมีชีวิตเส็งเคร็ง แกตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”

 

 

เด็กสาวที่กำลังโกรธยิงไฟบอลใส่เจ้าสัตว์ประหลาดรัวๆ ทำให้มันชะงักไปและเริ่มคำรามด้วยความเจ็บปวดเสียงก้องไปหมด ในระหว่างที่มันลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้นเพื่อดับไฟและลดความเจ็บปวดนั้น เด็กสาวเลื่อนมือทั้งสองเข้าหากัน กระแสลมในอากาศหมุนวนแปลกๆ ก่อนจะไหลมารวมกันในมือทั้งสองข้างเร่งความร้อนให้เปลวเพลิงในมือของเธอจนถึงขีดสุด เป็นเวทย์ที่ต้องใช้เวลาร่ายพอสมควรทีเดียว เด็กสาว รวมรวมสมาธิไปที่บอลไฟลูกใหญ่ซึ่งต้องใช้พลังและมานาเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างขึ้นมา เจ้าคิงเต็ดดับไฟได้แล้วและกำลังโกรธจัด มันลุกขึ้นยืนแต่ก็ต้องตกใจตาแทบถลนออกนอกเบ้า ลูกไฟขนาดมหึมาพุ่งใส่มัน เจ้าสัตว์ร้ายหมุนตัวเพื่อจะหลบให้พ้นทางแต่ด้วยขนาดที่อุ่ยอ้ายประกอบกับความเชื่องช้าเมื่ออยู่บนบกทำให้มันไปไหนไม่รอด

บรึ้มมมม!!!

                อัลติเมทไฟบอลกระทบเป้าหมายแล้วระเบิดออก เจ้าก้อนไขมันกลายเป็นชิ้นส่วนไหม้เกรียมกระจัดกระจายไปตกตามที่ต่างๆรอบๆ พื้นดินและป่าบริเวณนั้นก็โดนพลังเวทย์ของเธอเผาจนแห้งเช่นกัน เด็กสาวที่เพิ่งปล่อยพลังเวทย์จำนวนมากออกไปหยุดหอบและเกาะกิ่งไม้เพื่อพยุงตัวก่อนจะหันไปมองซากชิ้นใหญ่ที่สุดตรงหน้า เจ้าคิงเต็ดจอดสนิท อันที่จริงต้องเรียกว่ากลายเป็นตอตะโกไปแล้ว เธอหันไปมองเด็กสาวผมขาวที่นั่งอยู่บนกิ่งไมไกลออกไปอีกฝั่งของบึงเหมือนจะส่งสัญญาณว่าภารกิจเรียบร้อยแล้ว

...

 

edit @ 28 Mar 2013 20:32:33 by ~•>NuPla

Comment

Comment:

Tweet

สต๊าฟต่อ
-----------------
คลอตินเทลแกว่งขาไปมาสบายอารมณ์ ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเป็นเรื่องปกติท่พบเห็นได้ทั่วไป
"ภารกิจลุล่วง สเลเยอร์เนม เรดไรดิ้งฮูด แรงค์Dครับผม" เสียงเล็ก ๆ รายงานต่อเซนทรัล ก่อนจะทิ้งตัวลงจากกิ่งไม้
เด็กสาววิ่งแจ๊ะ ๆ ข้ามบึงน้ำราวกับพื้นเรียบ จนลิลิธประหลาดใจ แต่เมื่อสังเกตดี ๆ มีไพ่ใบเล็ก ๆ ลอยรับฝีเท้าเบาหวิวของเธอ ถึงกระนั้นก็ยังแปลกพิกลอยู่ดี
"มายากลน่ะ" เด็กสาวเอ่ยตอบข้อสงสัยที่แม้ไม่เอ่ยออกก็บอกทางสีหน้า
"พี่สาวใช้เวทมนต์เก่งนะ เค้าทำได้แค่บทง่าย ๆ เอง ตอนนี้โอนเงินให้เรียบร้อยแล้วล่ะ ยังไงก็เช็คจากส่วนกลางอีกทีนะบาย" ว่าจบก็กระทุ้งไม้เท้ากับพื้นเกิดควันระเบิดปุ้งขึ้น เหลือไว้แค่จดหมายซองหนึ่ง
ลิลิธเก็บขึ้นมาเปิดอ่าน หน้าซองมีรูปหัวใจคล้ายจดหมายรัก ในซองเขียนจดหมายลายมืดหวัด ๆ
"ตอนนี้กิลด์ลุงหมีของเค้ากำลังต้องการคนเยอะพอดู ถ้ายังไงพี่สาวสนใจมาร่วมกับพวกเค้า เค้าจะรอที่บาร์ลุงหมี ตรอกเจ็ดนะ"
เนื้อความจบแค่นั้น นังเด็กฉอเลาะนี่ลูกเล่นเยอะจนน่ารำคาญ ลิลิธไม่ทันจะพูดอะไรจดหมายในมือก็กลายเป็นนกพิลาบบินออกจากมือเธอไป
"มายากลสินะ" .....เมจสาวในชุดแดงพึมพัมเหม่อมองด้วยดวงตาสีแดง ในใจไม่ทราบคิดอะไรอยู่

#1 By vihara on 2013-03-28 22:01